วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2553

สิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน

หลักเกณฑ์และสิทธิประโยชน์ที่จะทำให้ท่านมีสิทธิ คือ
จ่ายเงินสมทบในส่วนของกรณีว่างงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงาน
เงื่อนไขการเกิดสิทธิ์
*ต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานที่สำนักงานจัดหางานของรัฐภายใน 30 วันนับแต่วันที่ว่างงาน โดยไม่ต้องรอหนังสือรับรองการออกจากงาน เพื่อเป็นการแสดงสิทธิ์ในเบื้องต้น
*มีความสามารถในการทำงาน และพร้อมที่จะทำงานที่เหมาะสมตามที่จัดหาให้
*ต้องไม่ปฏิเสธการฝึกงาน
*ต้องรายงานต่อเจ้าหน้าที่สำนักจัดหางาน ไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง
*ผู้ที่ว่างงานต้องไม่ถูกเลิกจ้างเนื่องจากกรณี
ทุจริตต่อหน้าที่
กระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
ฝ่าฝืนข้อบังคับ หรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฏหมายในกรณีร้ายแรง
ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 7 วันทำงานติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุอันควร
ประมาทเลินล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษา
*ต้องมิใช่ผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ
*มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 นับแต่วันว่างงานจากการทำงานกับนายจ้างรายสุดท้าย
*ไม่เป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจตามมาตรา 39

สิทธิที่ท่านจะได้รับประโยชน์ทดแทน
กรณีถูกเลิกจ้าง : ได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 180 วัน ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้าง โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท

กรณีสมัครใจลาออก : ได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 90 วัน ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้าง โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท หากใน 1 ปีปฏิทินมีการยื่นขอรับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานเกินกว่า 1 ครั้ง ให้นับระยะเวลาการรับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานรวมกันไม่เกิน 180 วัน เงินทดแทนการขาดรายได้จะจ่ายเป็นงวดเดือน โดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารตามที่ผู้ประกันตนแจ้ง

หลักฐานที่ต้องใช้เพื่อขอรับประโยชน์ทดแทน
-แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (สปส. 2-01/7)
-บัตรประจำตัวประชาชน
-รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 1 ใบ
-หนังสือรับรองการออกจากงานหรือสำเนาแบบแจ้งการลาออกจากงานของผู้ประกันตนออกจากงานของผู้ประกันตน (สปส. 6 -09)
-กรณีที่ไม่มีสำเนา สปส.6-09 ก็สามารถไปขึ้นทะเบียนกรณีว่างงานได้
-หนังสือหรือคำสั่งของนายจ้างให้ออกจากงาน (ถ้ามี)
-สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรกซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ประกันตน

ขั้นตอนและวิธีการขอรับประโยชน์ทดแทน
ต้องไปขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานที่สำนักจัดหางาน กรมการจัดหางาน
กรอกแบบฟอร์มใบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนกรณีว่างงาน พร้อมด้วยหลักฐานดังนี้
- บัตรประชาชน
- รูปถ่าย 1 นิ้ว 1 ใบ
- กรอกแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน พร้อมด้วยหลักฐานดังนี้
หนังสือรับรองการออกจากงาน หรือสำเนาแบบแจ้งการออกจากงาน (สปส 6-09) หรือ
หนังสือหรือคำสั่งของนายจ้างที่ให้ออกจากงาน
สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรกที่มีชื่อและเลขที่บัญชี
เจ้าหน้าที่สำนักจัดหางานทำการสัมภาษณ์/ตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติการทำงาน
เจ้าหน้าที่สำนักจัดหางานทำการเลือกตำแหน่งงานว่างให้เลือก 3 แห่ง ให้ผู้ประกันตนกรณีว่างงานได้พิจารณา

หากยังไม่มีงานที่เหมาะสม เจ้าหน้าที่สำนักจัดหางานจะประสานงานส่งฝึกอบรมแรงงานตามความจำเป็น แต่หากผู้ประกันตนกลับเข้าทำงานในสถานประกอบการ หรือปฏิเสธงานหรือปฏิเสธการฝึกงานที่จัดหาให้และไม่ไปรายงานตัวตามที่กำหนด สำนักงานประกันสังคมจะงดจ่ายประโยชน์ทดแทนทันที
เจ้าหน้าที่จะทำการบันทึกสถานะผู้ประกันตนกรณีว่างงานเข้าสู่ฐานข้อมูลกลาง
เจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมดึงข้อมูลผู้ประกันตนกรณีว่างงานขึ้นมาวินิจฉัยตามเงื่อนไขการเกิดสิทธิ
เมื่อคุณสมบัติครบถ้วน สำนักงานประกันสังคมทำการโอนเงินทดแทนการขาดรายได้ตามสิทธิให้ผู้ประกันตน ผ่านทางบัญชีธนาคารของผู้ประกันตน เดือนละ 1 ครั้งผ่าน 8 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) (เริ่มใช้ 1 ตุลาคม 2549) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (เริ่มใช้ 1 มกราคม 2550)

หากผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนไม่พอใจคำสั่งจ่ายประโยชน์ทดแทน สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2553

ตกงานแล้วทำอะไรดี



รองศาสตราจารย์เกศินี วิฑูรชาติ คณบดีคณะพาณิชย ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แนะนำ คนที่มีความไม่มั่นคงในอาชีพการงานและเริ่มมองหาอาชีพเสริม หรืออาชีพใหม่ ดังนี้ ก่อนอื่นเมื่อได้เงินมาแล้ว ต้องมีสติ อย่ารีบร้อน ถ้าใครเผชิญสถานการณ์แบบนี้ ต้องคิดให้รอบคอบ ประการแรกก่อนจะลงทุนควรจะสำรวจตัวเอง เช่น เรามีหนี้สินอะไร รีบชำระ จะได้ลดความกังวลใจในเรื่องดอกเบี้ยไปก่อน จากนั้นมาดูตัวเราเอง ว่าเรามีความรู้ความถนัดในเรื่องอะไร ทรัพย์สิน ที่ดิน ที่ไหน ที่ตุนไว้ หรือตัวบ้าน หันมาใช้ในการเพาะปลูกรับประทาน หรือไม่เช่นนั้น ก็เอามาปลูกเป็นสวนเกษตรจำหน่ายในระยะยาวก็ไม่เลว แต่ถ้าไม่มีทุนสังคม ธุรกิจขายตรง เครื่องสำอางประกันภัย ยังมีโอกาสอยู่ เพราะคนไทยเริ่มมีความรู้เรื่องประกันมากขึ้นหรือถ้าจะแฟรนไชส์ ในช่วงนี้ควรสำรวจตัวเองและสำรวจตลาด และอย่าเก็บตัวออกไปนั่งรถเมล์ ดูตลาด ร้านค้า ธุรกิจ ว่ามีโอกาสที่ไหน พูดคุยกับผู้คน ลูกค้าเพื่อมองหาความต้องการที่จะทำให้แนวคิดมีความชัดเจนมากขึ้นส่วนกรณีเราอยากลงทุนด้วยตัวเอง ดูธุรกิจที่ขยายตัว เช่น ธุรกิจบริการของคนไทยเรามีทุนอยู่มาก เช่น การศึกษา เรียนดนตรี อีกกลุ่มคือสุขภาพ สปา เฮลท์แคร์ ขยายตัว ธุรกิจที่จะทำให้คลายความเครียด สุขภาพ ตรงนี้สามารถเข้าไปได้ ธุรกิจอาหารมีโอกาสอยู่เสมอ เช่นการให้บริการส่งถึงที หรือรับทำอาหารแล้วส่งร้านอาหารส่งร้านอาหารหลายร้าน ร้านอาหารต้นทุนจะถูก อาจจะมาซื้อกับเราแทนที่จะทำเองเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คนเพลิดเพลินกับเสียงเพลง กับนันทนาการต่างๆ การกีฬา คนเครียด คนจะต้องออกกำลังกาย หาอะไรที่ทำให้คนสนุกในแต่ละวัน การตกแต่งภายในบ้าน คนไทยเราปลูกต้นไม้มากขึ้น แต่ไม่รู้วิธีการตกแต่งสวน ถ้าเรามีบริการ ส่งตรงถึงบ้าน รับรองความปลอดภัยน่าจะเป็นเรื่องที่ดี อีกธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจ จำหน่ายสินค้าออนไลน์ ลงทุนน้อย จับกลุ่มคนวัยทำงาน วัยรุ่น หรือถ้าหากจะขายสินค้าทั่วโลกผ่าน อีเบย์ โอท็อป การฝีมือก็ยังน่าสนใจส่วนนักพัฒนาบริการซอฟต์แวร์ ตอนนี้มหาวิทยาลัย โรงเรียนต้องการคนเข้าไปเขียนโปรแกรม ช่วยแก้ปัญหา เรื่องฐานข้อมูลนักศึกษา อีเลิร์นนิ่งปรับปรุงเว็บไซต์กำลังเป็นที่ต้องการอยู่มาก แต่สิ่งสำคัญก็คือ ผู้ประกอบการจะต้องมีแผนการใช้จ่ายเงินที่รอบคอบ และสำหรับรายย่อยจริงๆ ในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ อาจารย์แนะนำว่าควรจะเริ่มจากการบริหารเงินเท่าที่ตนเองมีอยู่ให้ได้เสียก่อนก่อนที่จะพึ่งพากู้เงินจากแหล่งเงินทุนต่างๆ ซึ่งก็ทำไม่ได้ง่ายนักในยุคนี้
ที่มา : matichon.co.th